คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6825/2538

แหล่งที่มา : สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ย่อสั้น

จำเลยได้ยินเสียง ย.ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดจำเลยจึงเข้าไปในห้องผู้เสียหายและทำการช่วยเหลือ ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปโดยมีเหตุอันควรและได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยายแม้ ย. จะมิใช่เจ้าของห้อง แต่เป็นมารดาของผู้เสียหาย ย่อมมีอำนาจที่จะอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในห้องได้ตามสมควร การที่จำเลยพบเห็นเงินอยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า จึงถือโอกาสเอาไปเสีย จำเลยจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)วรรคแรก แต่ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(8)

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8)และคืนหรือใช้เงิน 11,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1)(8) (ที่ถูกมาตรา 335(1)(8) วรรคสาม) จำคุก 4 ปีให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 11,000 บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งกันฟังได้ยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยได้เข้าไปในห้องของผู้เสียหายเพื่อดูแลอาการเจ็บป่วยให้นางยูเอี่ยวลั้ง มารดาผู้เสียหายแล้วออกจากห้องไป ต่อมาเมื่อผู้เสียหายกลับมาตรวจดูทรัพย์สินพบว่าเงินสดจำนวน 11,000 บาทที่เก็บไว้ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าหายไป ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยเป็นคนร้ายดังกล่าวหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่าจำเลยได้ลักเอาเงินของผู้เสียหายไปจริง ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดียังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยและพิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น
อย่างไรก็ดี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เหตุที่จำเลยเข้าไปในห้องของผู้เสียหายก็เนื่องจากขณะที่จำเลยเดินผ่านห้องผู้เสียหายนั้นได้ยินเสียงนางยูเอียวลั้งร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด จำเลยจึงเข้าไปช่วยเหลือบีบนวดให้และพูดคุยเรื่องต่าง ๆ กับนางยูเอียวลั้งประมาณครึ่งชั่วโมง ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควรและได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้โดยปริยาย แม้นางยูเอียวลั้งจะมิใช่เจ้าของห้องแต่เป็นมารดาของผู้เสียหายย่อมมีอำนาจที่จะอนุญาตให้บุคคลใดเข้าไปในห้องได้ตามสมควรการที่จำเลยพบเห็นเงินอยู่ในลิ้นชักตู้เสื้อผ้าจึงถือโอกาสเอาไปเสีย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหสถานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามอนุมาตรานี้ด้วย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย”
พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335(1) วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 11,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

Share