คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2522

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ 5 ฉบับ รวมจำนวนเงินตามสัญญากู้ทั้งหมด 33,500 บาท จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ 4,000 บาท ตามสัญญากู้ฉบับที่ 5 เท่านั้น สัญญากู้ 4 ฉบับแรกไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์เฉพาะสัญญากู้ฉบับที่ 5 ฉบับเดียวเป็นเงิน 4,000 บาท ตามข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ 1 ถึงที่ 4 รวม 4 ฉบับ เป็นเงินรวม 29,500 บาท ด้วยซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก ทั้งเป็นการแก้ข้อสำคัญที่จำเลยชนะในศาลชั้นต้นให้แพ้ทั้งหมด จึงเป็นการแก้ไขมากไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎมหายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามหนังสือสัญญากู้ ๕ ฉบับ รวมเป็นต้นเงินทั้งหมด ๓๓,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างถึงวันฟ้อง ๑๔,๕๒๗ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์ ๖,๕๐๐ บาท ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ คิดผลประโยชน์ร้อยละ ๒๔ ต่อปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญากู้หรือมีการชำระหนี้บางส่วน จึงเอาหนี้ที่คงค้างชำระอยู่มาทำสัญญากู้กันไว้ใหม่คือสัญญากู้ฉบับที่ ๒ ถึงที่ ๕ ความจริงจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๔,๐๐๐ บาท ตามหนังสือสัญญากู้ฉบับที่ ๕ เท่านั้น สัญญากู้ ๔ ฉบับแรกไม่มีมูลหนี้ต่อกัน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันกู้เงินตามสัญญากู้ฉบับสุดท้ายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ ถึงที่ ๔ รวม ๔ ฉบับ เป็นเงินรวม ๒๙,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์เฉพาะสัญญากู้ฉบับที่ ๕ ฉบับเดียวเป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท ตามข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ ถึงที่ ๔ รวม ๔ ฉบับ เป็นเงินรวม ๒๙,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากทั้งเป็นการแก้ข้อสำคัญที่จำเลยชนะในศาลชั้นต้นให้แพ้ทั้งหมด จึงเป็นการแก้ไขมากไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคแรก ฯลฯ
พิพากษายืน.

Share