แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้ไว้ในครอบครองและความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคหนึ่ง กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้ในบทมาตราเดียวกัน ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่า มีความประสงค์จะให้ความผิดทั้งสองฐานนี้เป็นกรรมเดียวกัน ส่วนความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้ ตามมาตรา 78 วรรคสาม เป็นบทหนักสำหรับผู้กระทำความผิดฐานใช้อาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้ หากได้นำอาวุธปืนดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มาตรา 313 มาตรา 337 มาตรา 339 หรือมาตรา 340 ดังนั้น เมื่อจำเลยร่วมกันมีอาวุธปืนและร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวเพื่อประสงค์อันเดียวกันในการร่วมกันปล้นทรัพย์และร่วมกันใช้อาวุธปืนต่อเนื่องจากการร่วมกันมีอาวุธปืนการกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 78 วรรคสาม อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 340, 340 ตรี, 358, 371, 91, 80, 83, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 55, 72 ทวิ, 78 ริบของกลาง และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 816/2548 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,395,950 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี, 358 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 55, 72 ทวิ วรรคสอง, 78 วรรคหนึ่ง วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงไว้ในครอบครองและฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวในการกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนและโดยใช้ยานพาหนะ และฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงในการกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนฯ คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 34 ปี 8 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 1,395,950 บาท แก่ผู้เสียหาย สำหรับคำขอที่ให้นับโทษของจำเลยต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 816/2548 ของศาลชั้นต้นนั้น เนื่องจากไม่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วจึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเห็นหน้าคนร้ายที่เข้าไปปล้นทรัพย์ในห้างขายทองที่เกิดเหตุเพราะคนร้ายใส่หมวกไหมพรมปกปิดใบหน้า การพบรอยลายนิ้วมือแฝงของจำเลยในที่เกิดเหตุไม่อาจยืนยันได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายและคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น เห็นว่า เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ได้วินิจฉัยไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยดังกล่าว ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 219 วรรคสอง ประกอบพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงไว้ในความครอบครองกับความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นความผิดคนละกรรมหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้ใดทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ ซื้อ มี ใช้ สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงจำคุกตลอดชีวิต… วรรคสาม บัญญัติว่า ผู้ใดใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิด นอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 55 ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มาตรา 313 มาตรา 337 มาตรา 339 หรือมาตรา 340 ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต จะเห็นได้ว่า ความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงไว้ในครอบครองและความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่ง กฎหมายบัญญัติบทความผิดและบทลงโทษไว้ในบทมาตราเดียวกัน ย่อมเห็นเจตนารมณ์ของกฎหมายได้ว่า มีความประสงค์จะให้ความผิดทั้งสองฐานนี้เป็นกรรมเดียวกัน ส่วนความผิดฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวง ตามมาตรา 78 วรรคสาม เป็นบทหนักสำหรับผู้กระทำความผิดฐานใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวง หากได้นำอาวุธปืนดังกล่าวไปใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 มาตรา 313 มาตรา 337 มาตรา 339 หรือมาตรา 340 ดังนั้น เมื่อจำเลยได้ร่วมกันมีอาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวง และร่วมกันใช้อาวุธปืนดังกล่าวเพื่อประสงค์อันเดียวกันในการร่วมกันปล้นทรัพย์และร่วมกันใช้อาวุธปืนต่อเนื่องจากการร่วมกันมีอาวุธปืนการกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนนอกจากที่กำหนดในกฎกระทรวงกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 78 วรรคสาม อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน