แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทข้อ 10 กำหนดว่า ‘เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา และผู้เช่าประสงค์จะเช่าต่อไป ผู้เช่าจะได้เสนอขอต่อสัญญาเช่าต่อผู้ให้เช่าภายในกำหนด 60 วัน หากมิได้ขอต่อสัญญาภายในกำหนดนี้ให้ถือว่าผู้เช่าสละสิทธิการเช่า ……..’ และมีหมายเหตุต่อท้ายสัญญาดังกล่าวว่า ‘สัญญานี้มีอายุ 15 ปี ต่ออายุสัญญา 3 ปี ต่อ 1 ครั้ง ทุกครั้งที่ต่ออายุสัญญาผู้เช่าต้องนำเงินมาบำรุงวัดเป็นจำนวน 6,000 บาท ‘ดังนี้ เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดจำเลยผู้เช่าได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอเช่าต่อโจทก์ที่ 1 ผู้ให้เช่าภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา เท่ากับผู้เช่าสนองรับคำเสนอของผู้ให้เช่าแล้วถือได้ว่าสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและวิธีการที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิมโดยไม่จำต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก จำเลยอยู่ในตึกแถวพิพาทต่อมา จึงไม่เป็นละเมิด
การที่จำเลยผู้เช่าขอให้บังคับผู้เช่าช่วงส่งมอบตึกแถวพิพาทแก่จำเลยเพื่อเข้าครอบครองใช้สิทธิตามสัญญาเช่าอันเป็นสิทธิของจำเลยที่จะกระทำได้ตามคำพิพากษาของศาลนั้น ไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ที่ 2 ซึ่งอ้างว่าได้เช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์ที่ 1
ย่อยาว
โจทก์ที่ ๑ ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากตึกแถวพิพาทและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าสัญญาเช่าครบกำหนดเวลาแล้ว และโจทก์ที่ ๑ ให้โจทก์ที่ ๒ เช่าตึกแถวพิพาทแล้ว ส่วนโจทก์ที่ ๒ ฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้ตึกแถวพิพาทจากจำเลย
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ขอต่อสัญญาเช่าตึกแถวพิพาท และชำระเงินให้โจทก์ที่ ๑ แล้ว โจทก์ที่ ๒ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย การกระทำของจำเลยไม่เป็นละเมิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง
โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทเอกสารหมาย ล.๓๒ มีหมายเหตุต่อท้ายสัญญาว่า ‘สัญญานี้มีอายุ ๑๕ ปี ต่ออายุสัญญา ๓ ปีต่อ ๑ ครั้งทุกครั้งที่ต่ออายุสัญญาผู้เช่าต้องนำเงินมาบำรุงวัดเป็นจำนวน ๖,๐๐๐ บาท’ และสัญญาข้อ ๑๐ มีความว่า ‘เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา และผู้เช่าประสงค์จะเช่าต่อไปผู้เช่าจะได้เสนอขอต่อสัญญาเช่าต่อผู้ให้เช่าภายในกำหนด ๖๐ วัน หากมิได้ขอต่อสัญญาภายในกำหนดนี้ให้ถือว่าผู้เช่าสละสิทธิการเช่า……….’ ดังนี้ย่อมเห็นเจตนาของคู่กรณีได้ชัดว่าผู้ให้เช่าประสงค์ที่จะให้สิทธิแก่ผู้เช่าที่จะขอต่อสัญญาเป็นคราว ๆ ภายในกำหนดเวลา ๑๕ ปี โดยผู้ให้เช่าให้คำมั่นไว้ว่า เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่าครั้งหนึ่ง ๆ แล้วหากผู้เช่าประสงค์จะเช่าต่อไปให้ขอต่อสัญญาเช่าได้ภายในกำหนดเวลา ๖๐ วัน ผู้ให้เช่าก็จะให้เช่าต่อไปมีกำหนด ๓ ปี ตามเงื่อนไขที่ตกลง อันเป็นคำเสนอที่มีกำหนดระยะเวลา หลังจากสัญญาเช่าครบกำหนด จำเลยผู้เช่าได้มีหนังสือแสดงความจำนงขอเช่าตึกแถวพิพาทต่อโจทก์ที่ ๑ ผู้ให้เช่า ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา จึงเท่ากับจำเลยสนองรับคำเสนอของโจทก์ที่ ๑ แล้ว ถือได้ว่าสัญญาเช่าเกิดขึ้นใหม่ทันทีตามเงื่อนไขและวิธีการที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าฉบับเดิมโดยไม่จำเป็นต้องทำสัญญาเช่ากันใหม่อีก โจทก์ที่ ๑ ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยไม่มีสิทธิอยู่ในตึกแถวพิพาทอันเป็นการละเมิด ส่วนโจทก์ที่ ๒ นั้น โจทก์ที่ ๑ ได้ทำสัญญาให้โจทก์ที่ ๒ เช่าตึกแถวพิพาทโดยไม่มีอำนาจ การที่จำเลยขอให้บังคับนายเต็กผู้เช่าช่วงส่งมอบตึกแถวพิพาทแก่จำเลย เพื่อเข้าครอบครองใช้สิทธิตามสัญญาเช่า เป็นสิทธิของจำเลยที่จะกระทำได้ตามคำพิพากษาของศาล ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ที่ ๒ โจทก์ที่ ๒ ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย
พิพากษากลับเป็นให้ยกฟ้องโจทก์