แหล่งที่มา : สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ย่อสั้น
ตราบใดที่ยังไม่มีการแบ่งแยกที่ดินกันเป็นส่วนสัด การที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์คนหนึ่งคนใดเข้าครอบครองส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ดินก็ต้องถือว่าครอบครองที่ดินส่วนนั้น ๆ ในฐานะเจ้าของรวมคนหนึ่งเท่านั้น หาก่อให้เกิดสิทธิที่จะอ้างว่าตนครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเสียแต่คนเดียวไม่ เว้นเสียแต่จะได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ว่าไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์แทนเจ้าของรวมคนอื่นอีกต่อไป
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2780ตำบลสิงห์ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เฉพาะส่วนของผู้คัดค้านเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่เศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382
ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทยังมิได้มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัด ผู้คัดค้านไม่เคยยกที่ดินเฉพาะส่วนของผู้คัดค้านให้แก่ผู้ร้อง และยังครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวในส่วนของผู้คัดค้านตลอดมา ขอให้ยกคำร้องขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2780 ตำบลสิงห์ (ตลาดโพ) อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เฉพาะส่วนของผู้คัดค้านตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382
ผู้คัดค้านอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำร้องขอของผู้ร้อง
ผู้ร้องฎีกา โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “…ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องมีว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนของผู้คัดค้านโดยการครอบครองหรือไม่ เห็นว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านและบุคคลอื่นถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1358 ให้สันนิษฐานว่า เจ้าของรวมมีสิทธิจัดการทรัพย์สินรวมกันและเจ้าของรวมคนอื่น ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ แต่การใช้นั้นต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ตามมาตรา 1360 ตราบใดที่ยังไม่มีการแบ่งแยกที่ดินกันเป็นส่วนสัด การที่ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์คนหนึ่งคนใดเข้าครอบครองส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ดินก็ต้องถือว่าครอบครองที่ดินส่วนนั้น ๆ ในฐานะเจ้าของรวมคนหนึ่งเท่านั้น หาก่อให้เริ่มเกิดสิทธิที่จะอ้างว่าตนครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเสียแต่คนเดียวไม่ เพราะว่าก่อนที่จะมีการแบ่งแยกก็ยังไม่อาจทราบได้ว่าที่ดินส่วนนั้นจะเป็นของเจ้าของรวมคนใดแน่ ดังนั้น การที่ผู้ร้องได้เข้าไปครอบครองทำนาในที่ดินพิพาททางทิศตะวันออกตามแผนที่สังเขปหมาย ร.2 หาทำให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ทางปรปักษ์ไม่ เว้นเสียแต่จะได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ว่า ไม่มีเจตนาจะยึดถือทรัพย์แทนเจ้าของรวมคนอื่นอีกต่อไป คดีนี้ไม่มีข้อเท็จจริงให้ถือได้ว่า ผู้ร้องได้บอกกล่าวไปยังเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ว่าผู้ร้องเจตนาจะไม่ยึดถือทรัพย์สินแทนเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงฐานะยึดถือแทนผู้มีสิทธิครอบครองได้และไม่อาจถือได้ว่ามีการแย่งการครอบครอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้องเสียนั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น”
พิพากษายืน