แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมาเกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์.
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่สวนหนึ่งแปลง ปรากฏตามสำเนาใบแทนใบไต่สวน โจทก์ครอบครองทำประโยชน์เป็นเวลาประมาณ ๕๐ ปี เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๐๔ จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ บุกรุกเข้าไปปลูกบ้านขึ้นหนึ่งหลัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายออกไป ห้ามมิให้เกี่ยวข้อง
จำเลยให้การร่วมกันว่า ที่ดินที่ปลูกเรือนเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี โจทก์รื้อถอนเรือนอพยพจากที่ดินดังกล่าวไปอยู่ที่อื่นไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี
ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ ๔๒ แม้ในใบไต่สวนจะมีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของ โจทก์ก็ได้สละละทิ้งที่พิพาทไปโดยไม่ได้มอบให้ใครดูแลไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ครอบครองในลักษณะเป็นเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมานาน เป็นพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทอย่างเจ้าของมาเกิน ๑๐ ปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์
พิพากษายืน.