คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2497

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

สัญญาเช่าเรือมีความว่า’ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่าคือตัวเรือ และเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า (เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้)’มิได้มีความประสงค์จะให้ผู้เช่ารับผิดนอกเหนือไปจาก ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 แต่อย่างไรไม่
จำเลยเช่าเรือของโจทก์ไปบรรทุกสิ่งของและลากจูงเรือลำเลียงเรือของโจทก์จมเนื่องจากคลื่นลมจัด ผิดปกติ อันเป็นเหตุสุดวิสัยดังนี้ จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์

ย่อยาว

ได้ความว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าเรือแร่ 11 ของโจทก์เพื่อทำการบรรทุกสิ่งของต่าง ๆ และใช้ลากจูงเรือลำเลียง จำเลยที่ 1 ได้เอาข้าวสารบรรทุกเรือแร่ 11 และใช้เรือแร่ 11 ลากจูงเรืออำนวยโชคชัย ซึ่งบรรทุกข้าวสารด้วย เพื่อไปส่งลงเรือเดินทะเลที่เกาะสีชัง ก่อนถึงเกาะสีชังทะเลมีคลื่นลมจัด น้ำเข้าเรือทำให้เรือแร่ 11 และเรืออำนวยโชคชัยจม โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเรือแร่11 ค่าเช่าเรือและค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เช่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน

จำเลยให้การว่า เรือแร่ 11 จมโดยเหตุสุดวิสัยเพราะเกิดมรสุมหนักผิดปกติ จำเลยไม่ต้องรับผิด

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาเช่าข้อ 5 มีความว่า “ข้อรับผิดชอบในความเสียหายอันจะเกิดจากวัตถุแห่งการเช่า คือตัวเรือและเครื่องยนต์ตลอดจนอุปกรณ์ผู้เช่าจะต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่า (เว้นแต่จะสึกหรอโดยปกติของการใช้)” นั้น เห็นได้ว่า คู่สัญญามิได้ประสงค์ จะให้ผู้เช่าต้องรับผิดนอกเหนือไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยในคดีนี้จะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็แต่ในกรณีที่เป็นความผิดของฝ่ายจำเลยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ปัญหาว่า เรือแร่ 11 จมเพราะความประมาทเลินเล่อของฝ่ายจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาฟังว่า การที่เรือแร่ 11 จมลงนี้เนื่องจากคลื่นลมจัดผิดปกติอันเป็นเหตุสุดวิสัย จะถือเป็นความผิดของจำเลยไม่ได้

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Share