คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2772/2525

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจำคุกคนละ 20 วันและปรับคนละ 500 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้กักขังจำเลยคนละ 20 วัน แทนโทษจำคุกโดยไม่รอการลงโทษและไม่ปรับดังนี้เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนด 1 ปี ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันทำร้ายร่างกายนายชูพันธ์จนเป็นอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓
นายชูพันธ์ผู้เสียหายได้เข้าเป็นโจทก์ร่วม
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๑ เดือนและปรับคนละ ๗๕๐ บาท จำเลยทั้งสามรับสารภาพลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ ๒๐ วันปรับคนละ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี
โจทก์ร่วมอุทธรณ์ขอไม่ให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษแต่ให้กักขังจำเลยคนละ ๒๐ วัน แทนโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๓ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม ลงโทษจำคุกคนละ ๒๐ วันปรับคนละ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๑ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษ แต่ให้กักขังคนละ ๒๐ วันแทนโทษจำคุกนั้นเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนด ๑ ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยทั้งสามมิได้มีพฤติการณ์ที่จะร่วมกันทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมเลย และสมควรรอการลงโทษจำเลยนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว
พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสาม

Share