แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
โจทก์เคยฟ้องจำเลยขอแบ่งมรดกจนคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยเป็นคดีใหม่อีกแต่มีทายาทคนอื่นมาเป็นโจทก์ร่วมด้วย ดังนี้ศาลย่อมรับฟ้องไว้พิจารณาคดีต่อไปได้ แต่คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลในคดีก่อนย่อมผูกพันโจทก์คนเดิมไม่ให้กลับมาโต้เถียงเป็นอย่างอื่นอีก
ย่อยาว
คดีนี้โจทก์ที่ 1 บิดาโจทก์ที่ 2, 3, 4 และจำเลยที่ 1, 2 โจทก์ฟ้องเรียกส่วนแบ่งมรดกของนางเภาภรรยาโจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นมารดาโจทก์อื่นและจำเลย
จำเลยต่อสู้ว่าได้แบ่งทรัพย์กันแล้ว ฯลฯ
คู่ความขอให้ถือเอาคำพยานหลักฐานในคดีก่อน แล้วต่างไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์ให้โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวแก่นางคำตาจำเลย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลในคดีก่อน ย่อมผูกพันโจทก์ที่ 1 ไม่ให้กลับมาโต้เถียงเป็นอย่างอื่น แต่คดีนี้มีนายอ้น นายมุข นายบุญพามา เป็นโจทก์เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งโจทก์ใหม่เหล่านี้คงอ้างแต่คำพยานหลักฐานของโจทก์ที่ 1 ในสำนวนเดิม มิได้นำสืบให้เห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าโจทก์ที่ 1 อย่างใด จึงไม่พอจะเพิกถอนคำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ซึ่งวินิจฉัยไว้ชอบแล้วนั้นได้ ฯลฯ
จึงพิพากษายืน