แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
สัญญากู้มีข้อความชัดแจ้งว่าจำเลยได้กู้และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว จำเลยจะนำสืบว่าความจริงจำเลยมิได้รับเงิน ไปแต่เป็นเรื่องเช่านาโจทก์ทำ โจทก์เกรงจะไม่ได้ค่าเช่า จึงให้จำเลยทำเป็นสัญญากู้เงิน นั้น นำสืบไม่ได้ (อ้างคำ พิพากษาฎีกาที่ 246/2485 และ 799/2493)
การดำเนินคดีในทางแพ่งนั้น เมื่อฝ่ายชนะคดีมิได้แต่งตั้งทนายว่าความ ศาลก็ไม่จำต้องพิพากษาให้ฝ่ายแพ้คดีใช้ ค่าทนายแทน./
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามสัญญากู้
จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้ ความจริงเป็นเรื่องเช่านาโจทก์ทำ โจทก์เกรงว่าจะไม่ได้ค่าเช่าจึงให้จำเลยทำเป็นสัญญากู้
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำเนาเอกสารที่จำเลยรับมีข้อความชัดแจ้งว่า จำเลยได้กู้และได้รับเงินไปครบถ้วนเสร็จแล้ว จำเลย จะนำสืบตามข้อต่อสู้ไม่ได้ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๔๖/๒๔๘๕ และ ๗๙๙/๒๔๙๓.
แต่ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ให้จำเลยใช้ค่าทนายแทนโจทก์ยังไม่ชอบ เพราะโจทก์หาได้มีทนายแก้ต่างอย่างใดไม่นั้น เห็นว่าตามตาราง ๖ อัตราค่าทนายความได้มีความเหตุไว้ว่า การที่ศาลจะคิดค่าทนายความให้แก่ผู้ชนะคดีนั้นให้ พิจารณาตามคดีที่ยกและง่ายกับเทียบดูเวลาและงานที่ทนายความต้องปฏิบัติในการว่าคดีเรื่องนั้น แล้วกำหนดให้ตามที่ เห็นสมควร เมื่อความจริงปรากฎว่าโจทก์ในคดีนี้หาได้แต่งตั้งทนายว่าความไม่ จึงไม่ตรงกับความประสงค์ของกฎหมาย ดังกล่าวแล้วพิพากษาแก้เฉพาะค่าทนายเป็นอันไม่ต้องให้จำเลยใช้ นอกจากที่แก้คงพิพากษายืน.