คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2497

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

จำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน 4,000 บาท และสัญญามีข้อความว่า จำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้ว ดังนี้จำเลยจะขอนำสืบว่าความจริงจำเลยรับเงินไปเพียง 3,850 บาท ไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าเกินกำหนดจำเลยยอมไปโอนกรรมสิทธิที่นาให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยโอนชดใช้หนี้โจทก์ โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาด โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วย ตาม ม.656 วรรค 2 และ 3 นั้น ข้อตกลงที่เป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องคิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงิน หาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินไป ๔,๐๐๐ บาท และเอาที่นาของจำเลยให้ยึดถือไว้เป็นประกันบัดนี้ จำเลยผิดสัญญา ขอให้จำเลยโอนที่นาใช้หนี้หรือใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้าง
จำเลยให้การว่าได้เงินจากโจทก์เพียง ๓,๘๕๐ บาท ไม่ได้คิดดอกเบี้ย เพราะมอบที่นาให้ทำกินต่างดอกเบี้ย
จำเลยยื่นคำร้องว่าสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่ง ม.๖๕๖
โจทก์แถลงว่าข้อสัญญามีว่า ถ้าไม่ชำระภายในวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๙๕ แล้ว จำเลยสัญญาว่าจะไปโอนที่ดินที่เป็นประกันให้เป็นกรรมสิทธิ เมื่อทราบกำหนดแล้ว จำเลยมิได้ขอชำระหนี้แก่โจทก์
จำเลยแถลงรับว่า ตามสัญญาตามฟ้องจำเลยไม่เคยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์และไม่เคยขอชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์เลย
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน ๔,๐๐๐ บาทและสัญญามีข้อความว่าจำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้ว ดังนี้ คดีต้องห้ามมิให้นำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องให้จำเลยโอนชดใช้หนี้แก่โจทก์ โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาด โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วยตามที่ ม.๖๕๖ วรรค ๒ และ ๓ นั้น ข้อตกลงเป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องที่คิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงินหาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่
พิพากษายืน

Share