แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
จำเลยถ่มน้ำลายไปทางผู้เสียหายและด่าผู้เสียหายว่า พวกอีดอกดำ คำว่าอีดอก เป็นถ้อยคำหยาบคาย สามัญชนฟังแล้วเข้าใจได้ชัดเจนอยู่ในตัวเองว่าผู้ถูกด่า เป็นหญิงไม่ดี จำเลยจึงมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยถ่มน้ำลายและด่านางเพ็ญศรีว่า พวกอีดอกดำขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ข้อ 9
จำเลยให้การว่าไม่ได้กระทำผิด ฟ้องเคลือบคลุม
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ข้อ 9 ปรับ 500 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวไม่ใช่ถ้อยคำดูหมิ่นซึ่งหน้า
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกับผู้เสียหายมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายกับคนอื่น ๆ นั่งคุยกันอยู่ที่หน้าบ้านนางฮ้อ ขณะจำเลยเดินผ่านหน้าบ้านนางฮ้อห่างผู้เสียหายประมาณ1 เมตรเศษ จำเลยถ่มน้ำลายไปทางผู้เสียหายแล้วกล่าวคำด่าผู้เสียหายว่า”พวกอีดอกดำ” แล้ววินิจฉัยว่า คำว่า “อีดอกดำ” เป็นถ้อยคำที่หยาบคายสามัญชนฟังแล้วเข้าใจได้ชัดเจนอยู่ในตัวเองว่าผู้ถูกด่าเป็นหญิงไม่ดี จำเลยมีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า
พิพากษายืน