แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่ดินมรดกครึ่งหนึ่งศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์จำเลยได้แบ่งกันครอบครองเป็นส่วนลัดแล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แต่พิพากษาแก้ให้แบ่งให้แก่โจทก์จำเลยตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้นั้น ดังนี้เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยและผู้มีชื่ออีก ๔ คนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินมรดกโฉนดที่ ๑๐๘๕ ผู้มีชื่อทั้ง ๔ ได้แยกกันครอบครองที่ดินทางทิศตะวันตกและตะวันออกเป็นส่วนสัด ส่วนตอนกลางเนื้อที่ ๒ ไร่ ๓ งานเศษ ราคา ๓,๐๐๐ บาท โจทก์จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของร่วมกันตลอดมานาน ๓๖ ปีแล้ว จำเลยกลับรบกวนการใช้สิทธิครอบครองของโจทก์และท้าทายให้โจทก์ฟ้องร้อง โจทก์จึงขอแบ่งครึ่งหนึ่ง
จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยได้แบ่งที่ดินกันครอบครองเป็นส่วนสัดมานานกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง และคดีขาดอายุความมรดก
ศาลชั้นต้นเชื่อว่าโจทก์จำเลยได้แบ่งกันครอบครองเป็นส่วนสัดมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดเกิน ๑๐ ปีดังจำเลยนำสืบ โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์และมีสิทธิขอแบ่งส่วนของโจทก์ได้ พิพากษาแก้ ให้แบ่งที่ดินให้โจทก์นอกนั้นยืน
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งฎีกาโจทก์ว่าเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แต่คดีนี้โจทก์ขอแบ่งครึ่งหนึ่ง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งานเศษ ศาลชั้นตนยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินเพียง ๑ งานเศษ เป็นแก้ไขมาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ จึงรับฎีกาโจทก์
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ก็ได้พิจารณาฟังข้อเท็จจริงสมดังข้อต่อสู้ของจำเลยทุกประการเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ได้พิพากษาให้แบ่งให้แก่โจทก์จำเลยไปตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้ดังที่จำเลยต่อสู้นั้นเอง ฉะนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นแต่เพียงแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๘ พิพากษายกฎีกาโจทก์