คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2560

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

อนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนในส่วนของสินค้าที่เสียหายให้แก่จำเลย ยังไม่ได้วินิจฉัยเรื่องซากสินค้าที่เสียหายเพราะไม่มีข้อพิพาท คดีจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 โจทก์จึงไม่ถูกจำกัดสิทธิที่จะเสนอคดีนี้ต่อศาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ส่งมอบซากสินค้าได้

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบซากทรัพย์สิน (สต็อกสินค้า) จำนวน 777 ตัน คืนโจทก์ หากไม่สามารถส่งมอบได้ให้จำเลยชำระเงิน 11,480,820.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 11,445,542.75 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
วันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การเพียงพอที่จะวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายในประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์ พยานจำเลย และนัดฟังคำพิพากษา โดยมีคำสั่งยกคำแถลงของโจทก์และจำเลยที่ขอระบุพยานเพิ่มเติม คำแถลงขอส่งบันทึกถ้อยคำพยานและคำแปลเอกสาร ลงวันที่ 8, 12 และ 19 พฤษภาคม 2558 ด้วย
โจทก์คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 แล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดไว้ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนในส่วนของสต็อกสินค้าที่เสียหายให้แก่จำเลยตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ โจทก์ฟ้องให้จำเลยส่งมอบซากสินค้าที่เสียหายแก่โจทก์ หากจำเลยส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยเสนอข้อพิพาทเรื่องจำนวนค่าสินไหมทดแทนสินค้าที่เสียหายให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาชี้ขาดในขณะนั้นไม่มีข้อพิพาทเรื่องซากสินค้าที่เสียหาย อนุญาโตตุลาการจึงไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดเรื่องซากสินค้าที่เสียหาย คดีจึงไม่อยู่ในบังคับตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 โจทก์จึงไม่ถูกจำกัดสิทธิที่จะเสนอคดีนี้ต่อศาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้ส่งมอบซากสินค้าได้ สำหรับราคาใช้แทนในกรณีที่จำเลยส่งมอบซากสินค้าไม่ได้นั้น ตามฟ้องและคำให้การยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งคู่ความยังไม่ได้นำพยานเข้าสืบ ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิจารณาใหม่ตามรูปคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Share