คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2490

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

การเช่าที่ถูกบอกเลิกโดยถูกต้องก่อนใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 นั้น ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 เพราะสัญญาเช่าได้สิ้นสุดลงก่อนแล้ว และพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2489ก็ไม่มีบทบัญญัติให้ย้อนหลังไปคุ้มครองถึงการเช่าที่ถูกบอกเลิกไปก่อนแล้วด้วย
เมื่อสัญญาเช่าระงับลงตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า2488 และไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489 แล้ว แม้ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาล แม้จะมีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม 2490 ออกมาเป็นประโยชน์แก่จำเลยผู้เช่าจำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 แก้ไขเฉพาะกฎหมายปี 2489 เท่านั้น

ย่อยาว

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การต่อสู้ว่า ได้เช่าตึกจากโจทก์จริงแต่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าโจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อได้มีพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 แล้ว แม้จำเลยจะใช้ประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ดังโจทก์ขอสืบ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญา พิพากษาให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังฟ้องโจทก์ว่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าก่อนพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 ใช้บังคับ ซึ่งโจทก์มีสิทธิบอกเลิกได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2488 ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น สัญญาก็ย่อมระงับไป การอยู่ของจำเลยหลังวันใช้พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ.2489 จึงเป็นการอยู่โดยละเมิด ไม่อยู่ในข่ายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 ศาลชั้นต้นงดสืบพยานไม่ชอบ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาคงเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ในข้อวินิจฉัยดังกล่าวแล้วและยังเห็นต่อไปว่าแม้ในระหว่างพิจารณาคดีนี้ ได้มีพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2490 ออกใช้บังคับ แก้บทวิเคราะห์ศัพท์ คำว่า “เคหะ” ให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายจำเลย แต่พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2490 แก้ไขเฉพาะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 เท่านั้น และพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 ก็เป็นพระราชบัญญัติเอกเทศบัญญัติขึ้นใหม่ยกเลิกกฎหมายเดิม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2490 จึงไม่มีทางที่จะใช้บังคับแก่กรณีของจำเลยได้ เพราะถ้าเป็นจริงดังคำกล่าวหาของโจทก์ จำเลยก็อยู่ในฐานะผู้ละเมิดก่อนใช้พระราชบัญญัติปี 2489 ตลอดมา

ศาลฎีกาคงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Share