แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
หญิงเป็นภรรยาชายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 โดยไม่มีสินเดิม แม้ชายผู้สามีจะตายเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว ภรรยาก็ไม่มีสิทธิได้สินสมรสตามมาตรา 1517
สามีและภรรยามีชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกันในระหว่างอยู่กินเป็นสามีภรรยากันนั้น ถือว่าเป็นสินสมรส
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องอ้างว่า เป็นภรรยาพระยาสากลกิจประมวลโดยโจทก์และพระยาสากลกิจประมวลต่างมีสินเดิม บัดนี้พระยาสากลกิจประมวลถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นบุตรพระยาสากลกิจประมวล ได้เก็บรวบรวมทรัพย์สินเดิมและสินสมรส ไม่แบ่งให้โจทก์ โจทก์จึงฟ้องขอแบ่งมรดก
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสินเดิม จึงไม่มีสิทธิขอแบ่งสินสมรสและพระยาสากลกิจประมวลได้ทำพินัยกรรมไว้ พิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งมีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันกับพระยาสากลกิจประมวลย่อมเป็นของโจทก์ส่วนหนึ่งนั้น ศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยเรื่องทำนองนี้ไว้ในคำพิพากษาฎีกาที่ 577/2488 แล้วว่า แม้ผัวจะได้โอนโฉนดที่ดินใส่ชื่อเมียก็ต้องถือว่าเป็นสินสมรส เมื่อโจทก์ไม่มีสินเดิม ก็ย่อมไม่มีส่วนได้สินสมรส จึงพิพากษายืน