คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2537

แหล่งที่มา : สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ย่อสั้น

โจทก์เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 ซึ่งตามมาตรา 9 ให้โจทก์มีอำนาจดำเนินการได้หลายประการเช่น การให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์กำหนดอัตราค่าเช่า ค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ และค่าบริการอื่น ๆของกิจการโทรศัพท์ซึ่งผู้ที่ดำเนินกิจการเช่นนี้ย่อมนับว่าเป็นผู้ค้า การที่โจทก์ให้จำเลยใช้บริการคู่สายเคเบิลโทรศัพท์แล้วคิดค่าเช่าตามอัตราที่โจทก์กำหนดขึ้น ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ค้ารับทำการงานเรียกเอาสินจ้างอันพึงจะได้รับจากการนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) เดิม ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายใน 2 ปี

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 24,862 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่ได้เป็นหนี้ค่าเช่าคู่สายเคเบิลโจทก์ และฟ้องโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “คดีมีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่า หนี้ค่าเช่าสายเคเบิลดังกล่าวขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการโทรศัพท์ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชนและกิจการบางอย่างโจทก์จะต้องขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนก็ตาม มิได้หมายความว่าโจทก์จะเป็นผู้ค้าไม่ได้ ทั้งตามมาตรา 9แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์มีอำนาจดำเนินการได้หลายประการเช่น เช่าซื้อ เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม จัดหา จำหน่าย ทำการแลกเปลี่ยน โอน และรับโอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งที่ดินหรือทรัพย์สินอื่น ๆ ให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ กำหนดอัตราค่าเช่าค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ และค่าบริการอื่น ๆ ของกิจการโทรศัพท์ผู้ที่ดำเนินกิจการเช่นนี้นับว่าเป็นผู้ค้านั่นเอง การที่โจทก์ให้จำเลยใช้บริการคู่สายเคเบิลโทรศัพท์ แล้วคิดค่าเช่าตามอัตราที่โจทก์กำหนดขึ้น ย่อมถือได้ว่า โจทก์เป็นผู้ค้ารับทำการงานเรียกเอาสินจ้างอันพึงจะได้รับจากการนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(7) เดิม ซึ่งโจทก์จะต้องใช้สิทธิเรียกร้องเสียภายใน2 ปี สิทธิเรียกร้องเอาค่าเช่า ซึ่งเกิดก่อนวันที่ 7 กันยายน 2529จึงขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น”
พิพากษายืน

Share