แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ย่อสั้น
ปลดหนี้ , แปลงหนี้ , หลักกฎหมาย การชำระหนี้ถ้าไม่ปรากฏเปนอย่างอื่นท่านให้สันนิษฐานว่าต้องคิดหักค่าดอกเบี้ยเสียก่อน
ย่อยาว
ในคดีก่อน ข. ( จำเลยในคดีนี้ ) ฟ้องเรียกเงิน ๓๑๘๐ บาท คือต้นเงินที่ยืม ๓๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยที่ค้างอยู่ ๑๘๐ บาทจากนาง ห. ซึ่งเปนตัวลูกหนี้และคุณหญิง อ. ( โจทก์ที่ ๒ ในคดีนี้ ) ผู้ค้ำประกัน ศาลสั่งให้รอการ พิจารณาคดีไว้ จนกว่าคดีนี้จะถึงที่สุด
ในคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า พระยา อ. ให้เช็คเงิน ๒๑๘๐ บาท แก่ ข. ข. ทำใบรับให้มีควมว่า ได้รับเงินรายนางหวบ ผู้กู้คุณหญิงอนุรักษ์ผู้ประกัน
ปัญหามีว่าเงิน ๒๑๘๐ บาทที่ใช้ให้นี้จะเปนการปลดหนี้หรือไม่
ฎีกาวินิจฉัยว่าเงินรายนี้เปนเงินย่อมใช้เพราะหนังสือ สัญญายังคงอยู่ในความปกครองของ ข. และในใบรับก็มิได้มีสิ่งใดแสดงว่าได้ปลดหนี้ให้หมดสิ้นแล้ว และได้กล่าวถึงหลัก กฎหมายว่า ในเรื่องสัญญากู้เงินเมื่อเงินทีใช้ยังไม่เปนการพอเพียงที่จะหักล้างหนี้ทั้งหมดได้แล้ว กฎหมายย่อมสันนิษฐานว่า เงินที่ใช้นั้นต้นเงิน
การที่เจ้าหนี้ที่ได้รับใช้เงินเพียงส่วนหนึ่งของหนี้จะตกลงให้เปนการรับชำระหนี้ทั้งหมดนั้น จะต้องพิศูจน์ให้เห็นชัดแจ่มแจ้งตามกฎหมายจะพึงสันนิษฐานว่าเปนเช่นนั้นได้แต่เพียงสถานเดียว คือเมื่อเจ้าหนี้ได้คืนหนังสือสัญญาให้โดยความสมัคร์ใจเอง