คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4165/2529

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยขอให้ศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ บรรยายเหตุที่ อ.ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 เนื่องจากบิดามารดาของ อ.เป็นคนต่างด้าวไว้ 3 ประการคือ เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย หรือซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ตามข้อกล่าวหาของผู้ร้องนี้มิได้ยืนยันให้แน่นอนว่าบิดามารดาของ อ.เป็นคนต่างด้าวประเภทใด เพราะคนต่างด้าวทั้ง 3 ประเภทไม่เหมือนกัน คำร้องในข้อนี้จึงเคลือบคลุม ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสอง
ส่วนข้อหาที่บรรยายว่า อ.ไม่มีคุณสมบัติในด้านการศึกษา คำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างว่า อ.มิใช่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 19(1) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 จึงเป็นคำร้องที่ชัดแจ้งชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 วรรคสองแล้ว ไม่เคลือบคลุม(อ้างคำสั่งศาลฎีกาที่1817/2527)

ย่อยาว

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ นายอดิศักดิ์เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเขตเดียวกับผู้ร้อง ครั้นเมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศผลว่านายอดิศักดิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการฝ่าฝืนต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๙๔ และพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ กล่าวคือ
ก. นายอดิศักดิ์เป็นคนต่างด้าว เกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี มีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งในขณะที่นายอดิศักดิ์เกิดนั้น บิดามารดาเป็นผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย หรือเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่เพียงชั่วคราว หรือเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง นายอดิศักดิ์จึงถูกถอนสัญชาติไทย
ข. บิดาของนายอดิศักดิ์เป็นคนต่างด้าว และนายอดิศักดิ์เป็นผู้ไม่ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนตามกำหนดเวลา และสอบไล่ได้ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามแผนการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐ และไม่ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอื่นในระดังมัธยมศึกษาในประเทศตามกำหนดเวลามาโดยตลอดจนมีความรู้ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบเท่าหรือรับรองว่าเทียบได้ไม่ต่ำกว่านั้นกับทั้งนายอดิศักดิ์เป็นผู้สอบไม่ได้ชั้นปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันชั้นสูงในประเทศไทย ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่
นายอดิศักดิ์ยื่นคำคัดค้านว่า บิดาของผู้คัดค้านเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง มารดาผู้คัดค้านมีสัญชาติไทย ผู้ร้องไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าบิดามารดาของผู้คัดค้านเป็นคนต่างด้าวประเภทใดเป็นคำร้องเคลือบคลุม และที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้คัดค้านมีคุณสมบัติทางการศึกษาไม่ครบถ้วนนั้นก็เป็นคำร้องเคลือบคลุมเช่นกัน
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานียื่นคำคัดค้านว่า คำร้องของผู้ร้องเคลือบคลุม ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยาน และมีความเห็นว่าข้อหาตามคำร้องของผู้ร้องนั้นเคลือบคลุม เสนอสำนวนพร้อมความเห็นต่อศาลฎีกาว่า สมควรมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับข้อหาที่ว่าบิดามารดาของนายอดิศักดิ์เป็นคนต่างด้าวและนายอดิศักดิ์ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ นั้น ผู้ร้องกล่าวอ้างถึงเหตุที่ถูกถอนสัญชาติ ๓ ประการด้วยกันคือ ๑. บิดามารดาของนายอดิศักดิ์ เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย หรือ ๒. บิดามารดาของนายอดิศักดิ์ เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ ๓. บิดามารดาของนายอดิศักดิ์ เป็นคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งตามข้อกล่าวหาของผู้ร้องนี้ มิได้ยืนยันให้แน่นอนว่าบิดามารดาของนายอดิศักดิ์เป็นคนต่างด้าวประเภทใด เพราะคนต่างด้าวทั้ง ๓ ประเภทที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างนั้นแต่ละประเภทไม่เหมือนกัน คำร้องของผู้ร้องในข้อนี้ จึงเป็นคำร้องที่มิได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสองคำร้องข้อนี้จึงเคลือบคลุม
ตามคำร้องของผู้ร้องที่อ้างว่า บิดาของนายอดิศักดิ์เป็นคนต่างด้าวและนายอดิศักดิ์ เป็นผู้ไม่ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนตามกำหนดเวลา และสอบไล่ได้ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือมัธยมศึกษาปีที่ ๕ หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามแผนการศึกษาของชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐ และไม่ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาอื่น ฯลฯ นั้น เป็นการกล่าวอ้างว่านายอดิศักดิ์ มิใช่เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙(๑) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขแล้วนั่นเองจึงเป็นคำร้องที่ชัดแจ้งชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ วรรคสองแล้ว ไม่เคลือบคลุม
สรุปแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าเฉพาะข้อหาตามคำร้องในข้อ ข. ที่ว่า บิดาของนายอดิศักดิ์ เป็นคนต่างด้าว และนายอดิศักดิ์ เป็นผู้ไม่ได้เข้าเรียนอยู่ในโรงเรียนตามกำหนดเวลา และสอบไล่ได้ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘ หรือชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ หรือ มัธยมศึกษาตอนปลาย ฯลฯ” นั้น เป็นข้อหาที่ไม่เคลือบคลุมส่วนข้อหาในคำร้องข้อ ก. นั้นเคลือบคลุม
จึงมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานเฉพาะในข้อหาที่ไม่เคลือบคลุมดังกล่าวแล้วข้างต้น แล้วทำความเห็นส่งสำนวนไปยังศาลฎีกา ส่วนข้อหาอื่นที่เคลือบคลุมนั้นให้ยก

Share