คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4125/2535

แหล่งที่มา : เนติบัณฑิตยสภา

ย่อสั้น

เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเพิ่มจากราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าโดยเปรียบเทียบกับราคาที่ผู้นำเข้ารายอื่นสำแดงไว้ แต่เหล็กแผ่นที่ผู้นำเข้ารายอื่นนำเข้านั้นเป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเคลือบและชุบน้ำมัน ต่างกับเหล็กแผ่นของโจทก์ที่เป็นชนิดไม่หุ้มติดและไม่ชุบ ทั้งราคาของผู้นำเข้ารายอื่นนั้นมีดอกเบี้ยรวมอยู่ด้วยราคาที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยประเมินจึงไม่ถือเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดคือราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนส่งขาเข้า เพราะก่อนซื้อสินค้าบริษัทผู้ขายได้เสนอราคาที่เรียกว่าโปรฟอร์มาอินวอยซ์ เมื่อโจทก์พอใจราคาก็มีการทำสัญญาซื้อขายที่เรียกว่าเซลล์โนตและเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตในราคาที่สั่งซื้อ แล้วผู้ขายได้จัดส่งสินค้าให้โจทก์ตามบัญชีราคาสินค้าที่เรียกว่าอินวอยซ์ เมื่อราคาที่โจทก์สำแดงเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มจึงไม่ชอบ

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อเหล็กแผ่นรีดร้อนจากประเทศญี่ปุ่นและนำเข้ามาในราชอาณาจักร รวม 14 เที่ยวเรือ โจทก์ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าต่อพนักงานของจำเลยขอชำระอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล สำหรับเหล็กแผ่นรีดร้อนที่โจทก์นำเข้า รวม 14 ฉบับ พนักงานของจำเลยไม่พอใจราคาสินค้าที่โจทก์สำแดง ให้โจทก์เพิ่มราคาและคำนวณเงินค่าภาษีอากรเพิ่มขึ้น ทำให้โจทก์ต้องชำระค่าภาษีอากรเกินไปจากจำนวนที่พึงจะเสียจริง อากรขาเข้าเพิ่ม 716,184 บาท ภาษีการค้าเพิ่ม151,368 บาท ภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่ม 15,139 บาท การที่พนักงานของจำเลยให้โจทก์เพิ่มราคาเป็นการไม่ชอบ เพราะราคาสินค้าที่พนักงานของจำเลยนำมาใช้เป็นเกณฑ์ประเมินเพิ่มแก่สินค้าโจทก์มิใช่ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดขอศาลพิพากษาว่าการประเมินของจำเลยไม่ชอบให้จำเลยคืนเงิน 882,691 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงมิใช่ราคาแท้จริงในท้องตลาดการประเมินของเจ้าพนักงานเป็นไปโดยสุจริตไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินแต่เฉพาะอากรขาเข้าตามใบขนสินค้า ฉบับที่ 1 ถึง 3 และฉบับที่ 5 ถึง 14ให้ชำระคืนอากรขาเข้าแก่โจทก์ 663,294 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า “คดีเกี่ยวกับใบขนสินค้าขาเข้าเลขที่ 071-41252 ยุติไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางคงมีประเด็นขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า การประเมินของจำเลยสำหรับสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้าที่เหลืออีก 13 ฉบับ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้คือ จะถือเอาราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง 13 ฉบับ ซึ่งเป็นราคา ซี.ไอ.เอฟ.เป็นราคาแท้จริงในท้องตลาด หรือถือเอาราคาที่จำเลยประเมินเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จำเลยนำสืบว่าเจ้าพนักงานประเมินจำเลยได้ประเมินราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนเพิ่มจากราคาที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนส่งสินค้าขาเข้าโดยใช้หลักเกณฑ์ราคาประเมินซึ่งมีการปรับปรุงเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2527 ตามเอกสารหมาย ล.1แผ่นที่ 216 ตารางการประเมินเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 217 และ 218การประเมินได้เปรียบเทียบกับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่มีแหล่งกำเนิดเดียวกันและความหนาเท่ากันเฉพาะกรณีของโจทก์ใช้ช่วงความหนา 2.10-2.60 มิลลิเมตร เป็นเกณฑ์ประเมิน แต่ตามตารางการประเมิน เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 217 อันดับ 5ระบุใช้เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนจากประเทศญี่ปุ่น ความหนา2.10-2.60 มิลลิเมตร มีราคาประเมินเมตริกตันละ 317 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ต่ำกว่าราคาที่โจทก์สำแดงไว้ใบขนส่งสินค้าขาเข้าทั้ง 13ฉบับซึ่งมีราคาเมตริกตันละ 433 ถึง 476 เหรียญสหรัฐนางสาวสมใจ หิรัญลาภา เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยเบิกความว่าการประเมินปกติจะถือตามคำสั่งของกองพิธีการและประเมินอากรแต่ถ้ามีผู้นำเข้าสำแดงราคาสูงกว่าก็ใช้ราคาที่สูงกว่าเป็นเกณฑ์ประเมิน จำเลยไม่นำสืบให้เห็นว่า เหตุใดจึงถือราคาที่สูงกว่าเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด เมื่อตรวจดูบัญชีราคาสินค้าซึ่งมีผู้อื่นนำเข้ามาซึ่งจำเลยได้นำมาเปรียบเทียบแล้ว ตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 219 ซึ่งมีราคาเมตริกตันละ 63,400 เยน ญี่ปุ่น เป็นเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดเคลือบและชุบน้ำมัน แต่เหล็กของโจทก์เป็นชนิดไม่หุ้มติดและไม่ชุบ จึงไม่ใช่เหล็กชนิดมาตรฐานเดียวกันกับของโจทก์และตามเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 224, 229, 230, 234, 237, 239,240, 241, 244 และ 249 เป็นเหล็กมาตรฐาน 3131 (Jis G 3131)ราคาเมตริกตันละ 476-606 เหรียญสหรัฐ เป็นเหล็กคนละมาตรฐานกับที่โจทก์นำเข้าซึ่งเป็นเหล็กมาตรฐาน 3116 (Jis G 3116) จำเลยไม่นำสืบให้เห็นว่าเหล็กทั้ง 2 ชนิดเป็นเหล็กมาตรฐานเดียวกันนายสมชาย เอี่ยมอำนวย พยานจำเลยเบิกความว่า เหล็กมาตรฐาน3116 (Jis G 3116) ของโจทก์เป็นเหล็กที่มีราคาสูงสุด ซึ่งแสดงว่ามีราคาสูงกว่าเหล็กมาตรฐานอื่นที่มีผู้นำเข้า แต่ก็ไม่ได้ความว่าเหตุใดจึงประเมินราคาเหล็กของโจทก์เท่ากันกับเหล็กมาตรฐานอื่นซึ่งมีผู้นำเข้า จึงไม่น่าเชื่อว่าเป็นความจริง นอกจากนี้ตามเอกสารหมายล.1 แผ่นที่ 134, 135 และ 240 ผู้นำเข้ารายอื่นได้คิดดอกเบี้ยรวมในราคาสินค้าด้วย พยานจำเลยที่นำสืบรับฟังไม่ได้ว่าราคาที่จำเลยประเมินเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาดโจทก์นำสืบน่าเชื่อว่าโจทก์ซื้อสินค้าในราคาที่สำแดงไว้ตามใบขนสินค้าขาเข้าทั้ง 13 ฉบับ โดยก่อนซื้อสินค้าบริษัทผู้ขายจะเสนอราคาที่เรียกว่าโปรฟอร์มาอินวอยซ์เมื่อโจทก์พอใจราคาได้มีการทำสัญญาซื้อขายที่เรียกว่าเซลล์โนตและเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตในราคาสินค้าที่สั่งซื้อผู้ขายได้จัดส่งสินค้าให้โจทก์ปรากฏตามบัญชีราคาสินค้าที่เรียกว่าอินวอยซ์ ส่วนจำเลยไม่อาจนำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ พยานโจทก์มีน้ำหนักรับฟังมากกว่าพยานจำเลยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ราคาสินค้าที่โจทก์สำแดงไว้ในใบขนสินค้าทั้ง 13 ฉบับดังกล่าวเป็นราคาสินค้าแท้จริงในท้องตลาด ที่จำเลยประเมินภาษีอากรขาเข้าตามใบขนสินค้าฉบับที่ 1 ถึง 3 และฉบับที่ 5 ถึง 14 เพิ่มขึ้น จึงเป็นการไม่ชอบจำเลยจึงต้องคืนเงินอากรขาเข้าพร้อมดอกเบี้ยให้โจทก์ ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามาต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา”
พิพากษายืน

Share