คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2589/2522

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลยผู้สั่งจ่าย จำเลยต่อสู้คดีว่าออกเช็คให้โจทก์เพื่อประกันหนี้เงินกู้เช็คตามฟ้องมีมูลหนี้ส่วนหนึ่งจากการกู้เงิน และจำเลยได้ชำระไปบ้างแล้ว มิได้มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดเต็มจำนวนในฟ้อง ดังนี้ เป็นข้อโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงคนแรก ชอบที่จำเลยจะนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ การที่ศาลสั่งงดสืบพยานจึงเป็นการไม่ชอบ

ย่อยาว

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คจำนวน ๒ ฉบับ ฉบับแรกเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฉบับที่สองเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีโจทก์เพื่อให้เรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้งสองฉบับ จำเลยจึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายว่าเช็คแต่ละฉบับจำเลยสั่งจ่ายเพื่อให้ผูกพันเป็นหนี้ตามเช็คหรือไม่ และสั่งจ่ายเช็คตามฟ้องเพื่อประกันหนี้จำนวนเท่าใดเช็คตามฟ้องเกิดจากจำเลยกู้เงินโจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์มิได้ให้จำเลยทำสัญญากู้ แต่ให้จำเลยออกเช็คค้ำประกันหนี้เงินกู้เกินกว่ายอดเงินกู้ และจำเลยชำระหนี้เงินกู้ไปบ้างแล้ว ไม่มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดถึงจำนวนตามฟ้อง หนี้ที่โจทก์ฟ้องเกิดขึ้น จากการฉ้อฉล ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นในคดีนี้ว่า
๑.ฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่
๒.เช็คตามฟ้องซึ่งจำเลยต่อสู้ว่าเป็นประกันเงินกู้เป็นหนี้ที่เกิดจากการฉ้อฉลหรือไม่
๓.จำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้ตามเช็คหรือไม่เพียงใด
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทุกประเด็น แล้ววินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายว่า ฟ้องไม่เคลือบคลุม จำเลยจำนำสืบว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อค้ำประกันหนี้ไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐานการค้ำประกันเป็นหนังสือ หนี้ตามฟ้องจึงไม่ใช่กลฉ้อฉล และจำเลยลงชื่อสั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๑๔ ประกอบด้วยมาตรา ๙๘๙ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๑๙ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่ให้เกิน ๓,๗๕๐ บาทที่โจทก์ขอ
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องเคลือบคลุม เห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค คำฟ้องบรรยายถึงข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในการที่จะให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์ซึงเป็นผู้ทรงชัดแจ้งแล้ว ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้องมีมูลหนี้จากการกู้เงินเพียง ๕๐,๐๐๐ บาท และจำเลยได้ชำระไปบ้างแล้ว มิได้มีมูลหนี้ที่จำเลยจะต้องรับผิดเต็มจำนวนในฟ้องเห็นว่าเป็นข้อโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงคนแรก ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ ศาลล่างทั้งสองงดสืบพยานในคดีนี้เสียไม่ชอบ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่.

Share