คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2492

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

สัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า ผู้ให้เช่าย่อมมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 566.
จำเลยให้การว่าการบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมาย เพราะนายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญาเช่ากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวให้มีประเด็นไว้ในคำให้การว่า นายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา ฉะนั้นเพียงแต่คำให้การของจำเลย จึงยังไม่พอจะชี้ได้ว่าการบอกเลิกสัญญานั้น ไม่มีผลตามกฎหมาย
คดีที่จำเลยขอให้ศาลชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา 24 เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาด จำเลยจะยกขึ้นฎีกาไม่ได้.
(อ้างฎีกาที่ 1/2492.)

ย่อยาว

คดีนี้ ฎีกาขึ้นมาตามมาตรา ๒๔ ป.ม.วิ.แพ่ง ในกรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่า โดยจำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ส่งมอบสถานที่เช่าคืนและเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า
(๑) จำเลยใช้สถานที่เช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
(๒) โจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า เพราะจำเลยไม่ได้ผิดนัดชำระค่าเช่า โจทก์จะเลิกสัญญาเช่าไม่ได้ตามสัญญาข้อ ๑๑
(๓) จำเลยทำสัญญากับนายแม้น ผู้รับมอบอำนาจเดิม นายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย การบอกเลิกสัญญาของนายสถิตย์ไม่มีผลตามกฎหมาย
คู่ความรับกันว่า สัญญาเช่ารายนี้ไม่มีกำหนดเวลา โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยอกจากสถานที่เช่า ทราบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๔๘๘
ก่อนพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งชี้ขาดในประเด็นข้อกฎหมายเสียก่อน ตาม ม.๒๔ ป.ม.วิ.แพ่ง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับพิจารณาข้อ ก.ม. ที่จำเลยยกขึ้นอ้าง แล้ววินิจฉัยว่า
(๑) ที่ว่าจำเลยอยู่ในสถานที่เช่า โดยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ นั้น ข้อเท็จจริงยังโต้เถียงว่า จำเลยเช่าเพื่อการค้าหรือเพื่ออยู่อาศัย จำต้องสืบพะยานฟังข้อเท็จจริงกันต่อไป
(๒) , (๓) ข้อ ก.ม.ที่จำเลยยกขึ้นอ้างว่าโจทก์ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามหนังสือสัญญาเช่า และว่าคำบอกกล่าวใช้ไม่ได้ ฟังไม่ขึ้น
จำเลยอุทธรณ์, ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา,
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
(๑) ฎีกาของจำเลยเกี่ยวกับสัญญาข้อ ๑๑ นั้น เห็นว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเช่า โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ตามมาตรา ๕๖๖ ป.ม.แพ่งฯ
(๒) เรื่องนายสถิตย์บอกเลิกสัญญา จำเลยฎีกาว่าไม่มีผลตามกฎหมายนั้น ตามคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยอ้างแต่เพียงว่านายสถิตย์ไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลย จำเลยทำสัญญากับนายแม้นต่างหาก จำเลยไม่ได้กล่าวในคำให้การ ให้มีประเด็นว่านายสถิตย์ไม่ใช่ตัวแทนของโจทก์ในการบอกเลิกสัญญา เพียงแต่ปรากฎตามคำให้การของจำเลย จำเลยจึงไม่เป็นข้อที่จะชี้ได้ว่า การบอกเลิกสัญญาไม่มีผลตามกฎหมาย
(๓) ข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ นั้น ศาลชั้นต้นไม่ได้สั่งชี้ขาดเบื้องต้นตามมาตรา ๒๔ จำเลยจึงฎีกาข้อนี้ไม่ได้
พิพากษายืน.

Share