คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2495

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

สามีกู้เงินเขามาใช้จ่ายเป็นค่าทนายในการที่ฟ้องพี่ชายของภริยาจนได้ที่ดินบางส่วนกลับคืนมาเป็นสินเดิมของภริยากับสามีได้เอาเงินที่กู้มานั้น มาใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลบุตร ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์อยู่เช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นหนี้ร่วมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1482 เจ้าหนี้เงินกู้มีอำนาจยึดที่ดินสินเดิมของภริยาดังกล่าวแล้วใช้หนี้เงินกู้นั้นได้

ย่อยาว

จำเลยไม่ใช้หนี้เงินกู้โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำยึดที่ดินโฉนดพิพาท เพื่อขายใช้หนี้ อ้างว่าเป็นของนางอู่ภริยาจำเลยมีกรรมสิทธิอยู่ครึ่งหนึ่ง และเป็นสินบริคณห์ระหว่างนางอู่กับจำเลย
นางอู่ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินที่พิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้อง ขอให้ถอนการยึด
ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ฟังว่า หนี้สินที่จำเลยกู้โจทก์มา ๒ คราวนั้น เอามาใช้จ่ายค่าทนายในการที่จำเลยฟ้องร้องนายไชพี่ชายผู้ร้อง จนได้ที่พิพาทบางส่วนกลับคืนมาเป็นสินเดิมของผู้ร้อง เพราะเดิมผู้ร้องไม่ขอรับมรดกที่ดินแปลงนี้ ตามสิทธิที่ควรจะได้รับ กับจำเลยเอาเงินที่กู้โจทก์ไปนั้นมาใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลบุตรของจำเลย และผู้ร้องซึ่งเป็นหน้าที่ของบิดามารดาจะต้องให้ความอุปการะเลี้ยงดูตลอดจนการรักษาพยาบาลบุตรเมื่อป่วยไข้ ทั้งบุตรก็ยังเป็นผู้เยาว์อยู่ด้วยเช่นนี้ จึงเป็นหนี้ร่วมตามมาตรา ๑๔๘๒ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ ผู้ร้องจึงต้องรับผิดด้วย จึง พิพากษายืน

Share