แหล่งที่มา : สำนักวิชาการ
ย่อสั้น
โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 123 และพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์แล้ว เมื่อจำเลยมิได้นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนด 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 125 วรรคสอง และผูกพันจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม จำเลยจะอุทธรณ์ว่ายังมีประเด็นที่ศาลแรงงานภาค 9 ต้องวินิจฉัยว่าโจทก์กับจำเลยเป็นลูกจ้างนายจ้างกันเสียก่อน ซึ่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานอันถึงที่สุดแล้วหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยค้างค่าจ้างและค่าส่วนแบ่งจากมูลค่าสัตว์น้ำที่จับได้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 119,408 บาท โจทก์ทวงถามแต่จำเลยเพิกเฉย จึงไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 119,408 บาท แก่โจทก์ จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตาม คำสั่งพนักงานตรวจสอบแรงงานถึงที่สุด ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 119,408 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์กับจำเลยเป็นหุ้นส่วนกันไม่ใช่นายจ้างลูกจ้าง และคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานไม่ชอบ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานภาค 9 พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 119,408 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า “คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจ่ายค่าจ้างตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ได้มีคำสั่งตามคำร้องของโจทก์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 123 เมื่อพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งตามมาตรา 124 ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์แล้ว จำเลยมิได้นำคดีไปสู่ศาลภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานดังกล่าวย่อมเป็นที่สุดตามมาตรา 125 วรรคสอง และผูกพันจำเลยให้ต้องปฏิบัติตาม การที่ศาลแรงงานภาค 9 มีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องจึงชอบแล้ว จำเลยจะอุทธรณ์ว่ายังมีประเด็นที่ศาลแรงงานภาค 9 ต้องวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยเป็นลูกจ้างนายจ้างกันเสียก่อน ซึ่งเป็นการโต้แย้งคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานอันถึงที่สุดแล้วหาได้ไม่ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น”
พิพากษายืน