คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2375/2522

แหล่งที่มา : กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อสั้น

คดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมายังไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงต่อไปได้
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์ร่วม เมื่อเช็คขึ้นเงินไม่ได้ ผู้จัดการของโจทก์ร่วมตกลงให้จำเลยผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆ ละ 10,000 บาท จำเลยได้ชำระเงินบ้างแล้ว แต่ยังไม่ครบจำนวนตามเช็ค ต่อมาจำเลยขอผ่อนชำระเดือนละ 5,000 บาท โจทก์ร่วมไม่ยอม ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ร่วมผ่อนผันการชำระเงินทางแพ่งเท่านั้น การที่โจทก์ร่วมมิได้คืนเช็คให้จำเลย ย่อมแสดงเจตนาของโจทก์ร่วมที่ไม่ประสงค์จะให้คดีอาญาระงับ ถือไม่ได้ว่ามีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องหาระงับไปไม่

ย่อยาว

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็ค ๒ ฉบับ ชำระหนี้ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด มงคลวิวัฒน์ ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๘๙๗ มาตรา ๓
จำเลยให้การปฏิเสธ
ห้างหุ้นส่วนจำกัดมงคลวิวัฒน์ผู้เสียหายเข้ามาเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เกี่ยวกับเช็ค จ.๔ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากกการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๙๗ มาตรา ๓ จำเลยผ่อนชำระให้โจทก์ร่วมไปบ้างแล้ว ให้จำคุก ๓ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสาม จำคุก ๒ เดือน ส่วนข้อหาเกี่ยวกับเช็ค จ.๕ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาว่า เมื่อเช็ค จ.๔ ขึ้นเงินไม่ได้ การที่โจทก์ร่วมยินยอมให้จำเลยผ่อนชำระหนี้ และจำเลยก็ได้ชำระหนี้ไปบ้างแล้ว เป็นการยอมความถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป โจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิดำเนินคดีอาญาจำเลย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาว่า เช็ค จ.๔ มีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงมาว่า จำเลยได้ผ่อนผันชำระเงินให้แก่โจทก์ร่วม ๑๕,๐๐๐ บาท ยังไม่ครบตามเช็คซึ่งมีจำนวน ๓๖,๔๕๐ บาท ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเพียงเท่านี้ ยังไม่พอแก่การวินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นควรฟังข้อเท็จจริงต่อไป ได้ความว่าเมื่อเช็ค จ.๔ ขึ้นเงินไม่ได้ นายบำรุง โรจน์หิรัญสกุล ผู้จัดการทั่วไปของโจทก์ร่วมตกลงให้จำเลยผ่อนชำระเงินตามเช็คเป็นรายเดือนๆ ละ ๑๐,๐๐๐ บาท เดือนแรกจำเลยมีเงินไม่พอขอชำระ ๕,๐๐๐ บาท เดือนที่สองจำเลยชำระเป็นเช็ค ๒ ฉบับ ๆละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยขอผ่อนชำระเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ฝ่ายโจทก์ร่วมไม่ยอม โจทก์ร่วมจึงมอบอำนาจให้นายบำรุงไปร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจำเลย และมอบเช็ค จ.๔ แก่พนักงานสอบสวน ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อตกลงดังกล่าว เห็นว่าเป็นเรื่องโจทก์ร่วมผ่อนผันการชำระเงินทางแพ่งเท่านั้น ไม่มีข้อเท็จจริงแสดงว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีอาญากับจำเลย ทั้งการที่โจทก์ร่วมมิได้คืนเช็ค จ.๔ ให้แก่จำเลย ย่อมแสดงเจตนาของโจทก์ร่วมที่ไม่ประสงค์จะให้คดีอาญาระงับ ถือไม่ได้ว่ามีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องเกี่ยวกับเช็ค จ. ๔ ของโจทก์และโจทก์ร่วมหาระงับไปไม่
พิพากษายืน

Share